The Sixth Sense หนังผลงานของผู้กำกับชาวอเมริกันเชื้อสายอินเดียอย่าง M. Night Shyamalan และหนังเรื่องนี้ก็ถือว่าเป็นผลงานชิ้นเอกของเขาก็ว่าได้เพราะเป็นหนังที่ประสบความสำเร็จในแง่ของรายได้รวมถึงคำวิจารณ์ในด้านบวกจากนักวิจารณ์หนังชื่อดังผู้กำกับ M. Night Shyamalan สไตล์การกำกับมีส่วนคล้ายกับราชาหนังเขย่าขวัญอย่าง  Alfred Hitchcock  เช่น การที่เขาพยายามมีส่วนรวมในหนังที่ตัวเองกำกับเดินผ่านไปมาหน้ากล้อง หรือโผล่มาเป็นตัวประกอบในฉากต่าง ๆ  ซึ่งทางภาษาหนังเรียกว่า Cameo  และผลงานส่วนใหญ่ที่เขากำกับจะเน้นความแฟนตาซี และความหวาดกลัวของมนุษย์ในรูปแบบต่าง ๆ การที่  M. Night Shyamalan พยายามกำกับหนังของเขาให้โคลนนิ่งแบบ  Alfred Hitchcock  มากจนเกินไปมันก็มีข้อดีและข้อเสียเปรียบเหมือนดาบสองคมดีๆนั่นเองสุดท้ายแล้วถ้า  M. Night Shyamalan อยากจะประสบความสำเร็จเป็นราชาหนังเขย่าขวัญคนใหม่ต่อจาก  Alfred Hitchcock บางทีตัวของเขาเองก็ต้องสลัดคราบหลุดพ้นเงาของ Alfred Hitchcock ออกไปให้ได้ซะก่อน

600full-alfred-hitchcock-tile

The Sixth Sense บอกเล่าเรื่องราวของ หมอมัลคอล์ม ( Bruce Willis )จิตแพทย์เด็กแห่งเมืองฟิลาเดลเฟีย ที่พักอาศัยอยู่กับภรรยากันแค่สองคน แต่มีอยู่คืนหนึ่ง มีผู้บุกรุกทุบกระจกลอบเข้าบ้านของเขาซึ่งก็คืออดีตคนไข้ของหมอมัลคอล์มนั่นเองและอดีตคนไข้รายนั้นได้ยิงหมอมัลคอล์มด้วยปืนเข้าไปหนึ่งนัด   หนึ่งปีผ่านไป ในฤดูใบไม้ร่วงหมอมัลคอล์มก็ได้พบกับ โคล ( Haley Joel Osment )เด็กชายวัย 9 ขวบ ที่มีพฤติกรรมแปลก ๆ ค่อนข้างเก็บตัว หนังพยายามโยงเรื่องเข้าหาพล็อตโครงเรื่องรองที่แตกออกมา ถ้าเป็นผู้ชมที่ชอบดูหนังแบบเก็บรายละเอียดคงจะเกิดเครื่องหมายคำถามในใจว่าแล้วตกลง  หมอมัลคอล์ม ที่ถูกยิงตอนเปิดเรื่อง หมอเขาจะมีอาการเป็นอย่างไร เพราะพล็อตโครงเรื่องรองพยายามโยงไปในเหตุการณ์ในช่วงหนึ่งปีข้างหน้าทั้งๆที่พล็อตหลักยังถูกขมวดทิ้งไว้อยู่ตรงจุดเดิมประเด็นนี้ผู้กำกับใช้โครงเรื่องการลำดับเหตุการณ์เทคนิคการตัดสลับเวลามาเป็นตัวทิ้งปมหลอกล่อผู้รับชม หลังจากนี้ตัวละครทั้ง  หมอมัลคอล์มและ เด็กน้อย โคล ก็เดินเรื่องตามพล็อตไปเรื่อยๆซึ่งหมอมัลคอล์มเองก็พยายามหาสาเหตุว่าเด็กน้อย โคล ป่วยเป็นโรคอะไร ทำไมเด็กคนนี้มีแผลตามร่างกาย ทำไมเด็กคนนี้ค่อนข้างเก็บตัว ไม่สุงสิงกับใครและดูเหมือนว่าเด็กคนนี้มีความลับที่อยู่ในใจที่คอยปกปิดเก็บงำเอาไว้อยู่  จนกระทั่งมาถึง จุด Climax  ของเรื่องเมื่อ เด็กน้อยอย่าง โคล บอกกับหมอ มัลคอล์ม ว่า  I See Dead People ( ผมเห็นคนตาย ) ซึ่งคำพูดประโยคนี้กลายเป็นวาทะเด็ดของหนังทันที  ซึ่งเมื่อคำพูดประโยคนี้ถูกเอ่ยออกจากปากเด็ก อย่าง โคล นั่นหมายความว่าสิ่งที่เด็กน้อยประสบปัญหาพบเจอมาโดยตลอดตามท้องเรื่องของหนังมันก็คือ ผี นั่นเอง

 

 The Sixth Sense ถ่ายทอดความเป็นหนังแนวสยองขวัญเชิงจิตวิทยาที่ค่อนข้างละเอียดอ่อนเพราะ ประเภทความขัดแย้งของหนังเป็นประเภทความขัดแย้งระหว่างมนุษย์กับสิ่งเหนือธรรมชาติ แต่สิ่งที่ต้องชื่นชมในหนังเรื่องนี้คือ ใช้วิธีการเคลื่อนกล้องอย่างง่าย ๆ เป็นตัวดำเนินเรื่องแต่สามารถสร้างบรรยายกาศความหลอนชวนผวาได้เป็นอย่างดี อีกประเด็นที่ต้องกล่าวยกย่องก็คือตัวละครของหนังเรื่องนี้มีแค่ไม่กี่ตัว แต่ด้วยเทคนิคการเล่าเรื่องการดำเนินเรื่องที่น่าสนใจมันทำให้ตัวละครหลักๆอย่างหมอมัลคอล์มและเด็กน้อยโคลดูมีมิติลึกซึ้งเพิ่มมากขึ้น ฉากจบของหนังมันเป็นการคลายปมปริศนาที่ทิ้งไว้ตั้งแต่ตอนเปิดเรื่องแล้วนำมาขยายประเด็นต่อจนเป็นบทสรุปในความคิดของผู้เขียนสำหรับการหักมุมของหนังตอนฉากจบนั้นมันเป็นประเด็นที่น่าสนใจรองลงมาแต่สิ่งที่เป็นประเด็นสำคัญก็คือฉากจบของหนังไม่ได้ทำออกมาแบบมั่วเละเทะฉากจบทุกสิ่งทุกอย่างมันมีที่มาที่ไปและเชื่อมต่อกันอย่างต่อติดเปรียบเหมือนดั่งจิ๊กซอว์ที่ถูกต่อเสร็จเรียบร้อยครบถ้วน

อาเรนให้  4 / 5 คะแนน 

ตัวอย่างภาพยนตร์