Pulp  ความหมายที่  1. เนื้อเยื่อที่อ่อนนุ่ม  ความหมายที่ 2.  นิตยสารหรือหนังสือตื่นเต้นที่พิมพ์ลงบนกระดาษเนื้อหยาบ  หนัง Pulp Fiction เปิดเรื่องด้วยการหยิบยกเอาความหมายของคำว่า Pulp ขึ้นมากล่าวซึ่งโดยการดำเนินเดินเรื่องในหนังแล้วก็เข้าข่ายกับความหมายทั้งสองประเด็นที่ได้กล่าวมาในตอนเปิดเรื่องแต่สิ่งที่เห็นได้เด่นชัดก็คือหนังเรื่องนี้มีการประยุกต์ใช้อ้างอิงเรื่องราวเหตุการณ์ต่างๆมาจากนิตยสารจำพวก Pulp Magazine เพราะเนื้อหาในหนังถูกแบ่งออกเป็นตอนๆทำให้ผู้ชมต้องติดตามเรื่องราวของหนังแบบไม่ปะติดปะต่อผู้ชมต้องติดตามเรื่องราวของหนังเปรียบเสมือนกับการอ่านนิตยสารรายสัปดาห์  รายปักษ์   หรือ รายเดือน เพราะเนื้อหาของหนังที่ไม่ได้ถูกร้อยเรียงเข้าด้วยกันโดยทันทีการเดินเรื่องไม่เป็นเส้นตรงโครงเรื่องการลำดับเหตุการณ์ไม่เป็นไปตามลำดับเวลาซึ่งเทคนิคการดำเนินเดินเรื่องในหนังก็ ถูกออกแบบมาให้เหมือนกับการพลิกอ่านนิตยสาร Pulp Magazine  ที่ต้องอ่านสลับกันไปมาเป็นเรื่องๆให้ผู้รับชมหนังเรื่องนี้ดูการดำเนินเดินเนื้อหาในพล็อตไปทีละเรื่องทีละตอนแล้วสุดท้ายก็ต้องเอามาเรื่องราวทั้งหมดในหนังมาปะติดปะต่อกันเอง

Pulp Fiction บอกเล่าเรื่องราวของสามเหตุการณ์หลักๆที่มีความเกี่ยวโยงกันทางเนื้อเรื่อง ได้แก่ 1.สองมือปืนวินเซนต์ เวก้า ( John Travolta ) และจูลส์ วินฟิลด์ ( Samuel L. Jackson ) ที่ออกปฎิบัติงานสำคัญให้กับเจ้าพ่อขาใหญ่อย่าง มาร์เซลลัส วอลเลซ  ( Ving Rhames ) ภารกิจแรกคือตามล่าหากระเป๋าลับเอกสารสำคัญ และภารกิจต่อมาวินเซนต์ ต้องตามอารักขาพามีอาภรรยาของเจ้าพ่อมาร์เซลลัส ออกไปเที่ยว  2 . นักมวยที่เจ้าพ่อมาร์เซลัส รับจ้างให้ล้มมวยอย่าง บุตซ์ คูลลิดจ์  ( Bruce Willis ) กลับชกคู่แข่งตายจึงต้องกลับกลายมาเป็นการหักหลังเจ้าพ่อ เกมการไล่ล่าระหว่างเจ้าพ่อกับนักมวยคู่นี้จึงเกิดขึ้นโดยปริยาย 3.  เหตุการณ์สำคัญตอนเปิดเรื่องโจรกระจอกสองคน ริงโก้ ( Tim Roth )และโยลันดา (Amanda Plummer) หรือ  พัมพ์คิม และฮันนี บันนี เตรียมวางแผนที่จะปล้นร้านอาหาร ซึ่งมีสองมือปืนวินเซนต์กับจูลส์นั่งอยู่อยู่ในร้านอาหารแห่งนั้นด้วย ซึ่งในเรื่องราวทั้งสามเหตุการณ์นี้โครงเรื่องการลำดับเหตุการณ์ไม่เป็นไปตามลำดับเวลา

การเรียงลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในหนังแบ่งออกเป็น  7 ช่วงเวลาดังนี้

1. ตอนวางแผนการปล้นร้านอาหาร

2. ตอนวินเซนต์กับจูลล์ ( ฉากโหมโรงเข้าสู่ ตอนวินเซนต์ อารักขาภรรยามาร์เซลัส )

3.  ตอนวินเซนต์ อารักขาภรรยามาร์เซลัส

4. ฉากโหมโรงเข้าสู่ตอนนาฬิกาทอง (a —การเล่าเรื่องย้อนอดีต, b —ปัจจุบัน)

5. ตอนนาฬิกาทอง

6.  ตอนสถานการณ์ของบอนนี่

7.  ฉากสุดท้ายตอนต่อเนื่องวางแผนปล้นร้านอาหาร

ซึ่งการเรียงลำดับเหตุการณ์ของหนังที่ถูกต้องจากการปะติดปะต่อเรื่องราวตามช่วงเวลามันต้องเป็น  4a, 2, 6, 1, 7, 3, 4b, 5  อธิบายได้ตามนี้คือ  ช่วงเวลาแรกของเหตุการณ์ฉากในอดีตที่โหมโรงเข้าสู่ประเด็นของตอนนาฬิกาทอง ( 4a ) คูนส์ ( Christopher Walken )  นายทหารเพื่อนพ่อของบุตซ์  ( Bruce Willis ) เอานาฬิกาทองมาให้บุตซ์ตอนยังเด็กเพื่อให้เจ้าหนูบุชระลึกถึงความทรงจำวีรกรรมที่กล้าหาญของพ่อ จากนั้นเข้ามาถึงการโหมโรงเรื่องราวของ ( 2 ) สองมือปืนวินเซนต์ ( John Travolta ) และจูลส์ ( Samuel L. Jackson ) ออกทำภารกิจปฎิบัติงานสำคัญให้กับเจ้าพ่ออย่าง มาร์เซลลัส  (Ving Rhames ) ถัดมาก็จะเป็นตอน ( 6 ) สถานการณ์ของบอนนี่ ที่สองมือปืนต้องนำศพไปซ่อนในบ้านของจิมมี่ ( Quentin Tarantino ) จิมมี่ก็วิตกกังวลว่าบอนนี่ ( Venessia Valentino ) ภรรยาของเขาจะมารับรู้เรื่องราวเหตุการณ์ที่เลวร้ายอย่างนี้ จากนั้นแล้วโยงมาสู่เหตุการณ์ตอนเปิดเรื่อง ( 1 ) ฉากวางแผนการปล้นร้านอาหาร ของโจรกระจอกสองคน ริงโก้ ( Tim Roth ) และโยลันดา ( Amanda Plummer )  ( 7 ) ฉากต่อเนื่องสองโจรกระจอกชายหญิงอย่างริงโก้ และโยลันดาลงมือปล้นร้านอาหาร ซึ่งมีสองมือปืนวินเซนต์กับจูลส์นั่งอยู่ในร้านอาหารแห่งนั้นด้วย ( 3 ) จากนั้นเข้าสู่เหตุการณ์ที่วินเซนต์  ต้องตามอารักขาพามีอาภรรยาของเจ้าพ่อมาร์เซลลัสออกไปเที่ยว ( 4b ) ฉากโหมโรงเข้าสู่ตอนโรงนาฬิกาทองในปัจจุบัน  บุตซ์สะดุ้งตื่นขึ้นมาจากเรื่องราวเมื่อครั้งอดีตที่บอกเล่าเกี่ยวกับเรื่องราวประวัติที่มาของนาฬิกาทอง และเหตุการณ์สุดท้ายของหนังเรื่องนี้จริงๆก็คือ ( 5 ) ตอนนาฬิกาทองที่กล่าวถึง เกมการไล่ล่าระหว่างเจ้าพ่อมาร์เซลัสกับนักมวยอย่างบุตซ์ที่มีประเด็นของนาฬิกาทองมาเป็นชนวนของเรื่องราวพาตัวละครเจ้าพ่อมาร์เซลัสกับนักมวยบุตช์ไปเจอปมในเหตุการณ์ต่างๆที่ไม่คาดฝัน

จากการที่ได้เขียน เรียงลำดับเหตุการณ์ของหนังที่ถูกต้องจากการปะติดปะต่อเรื่องราวตามช่วงเวลาต่างๆไปในข้างต้นจะเห็นได้ว่า หากผู้ชมสามารถเรียงลำดับเรื่องราวต่างๆในหนังได้ เส้นเรื่องที่ เกิดขึ้นจะไม่เละเทะและมีความสมเหตุสมผลเอามากๆก็นับว่าเป็นอีกหนึ่งความสนุกของหนังเรื่อง Pulp Fiction  ที่มีบทภาพยนตร์ที่เฉียบคมการเดินเรื่องไม่เป็นเส้นตรงโครงเรื่องการลำดับเหตุการณ์ไม่เป็นไปตามลำดับเวลา ทำให้ผู้ชมต้องดูหนังแบบเก็บรายละเอียดและต้องคิดตามหาประเด็นของหนังที่ทิ้งไว้ให้ค้นหาเช่น อะไรอยู่ตรงไหน ตัวละครตัวนี้หายไปไหน ชุดเหตุการณ์ของหนังในตอนนี้มันน่าจะต่อจากเรื่องไหน สิ่งที่ต้องชื่นชมก็คือผู้กำกับอย่างเควนตินใส่บทสนทนาของตัวละครที่ออกแนวยียวนและ สร้างภาพลักษณ์บุคลิกของตัวละครขึ้นมาใหม่ฉีกภาพลักษณ์บุคลิกของตัวละครในรูปแบบเดิมๆเช่น โจรกระจอกสองคนวางแผนที่จะมาปล้นร้านอาหาร ,  มือปืนที่ชอบท่องพระคัมภีร์ไบเบิล เป็นต้น แถมยังสร้างสถานการณ์เแปลกๆแหวกแนวลงไปในชุดเหตุการณ์ของหนังเแต่ละตอนอีกด้วย

Pulp Fiction  เป็นหนังที่กระตุ้นความสงสัยสร้างอารมณ์ร่วม ให้กับผู้ชม  ภาพเสียง พื้นสีของฉากมีความดั้งเดิมเข้ากับจุดขายของหนัง  เสน่ห์ของหนังเรื่องนี้คือการใส่ระบบคิดแบบ Post Modern  ถอดรื้อโครงสร้างหนังแบบเดิมๆ ปฏิเสธความเป็นเอกภาพโดยเทคนิคการเล่าเรื่องนำเสนอในหนังที่ดูละเลงกระจัดกระจายกันไปหมดไม่มีหลักยึดที่ตายตัว ทำลายโครงสร้างเงื่อนเวลาในหนัง โดยการเดินเรื่องที่ไม่เป็นเส้นตรงโครงเรื่องการลำดับเหตุการณ์ที่ไม่เป็นตามช่วงเวลาแต่ถ้าผู้ชมดูหนังเรื่อง Pulp Fiction  แล้วสามารถปะติดปะต่อเรื่องราวของหนังได้ก็จะเห็นความสามารถอันน่าทึ่งของผู้กำกับอย่างเควนตินที่ได้สร้างร้อยเรียงเรื่องราวชุดเหตุการณ์ของหนังแต่ละตอนออกมาอย่างสวยงามผสมความเป็นสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเขาที่ได้ถ่ายทอดสื่อลงไปในหนังเรื่องนี้

อาเรนให้ 5 / 5 คะแนน 

ตัวอย่างภาพยนตร์