เหรียญนั้นย่อมมีสองด้านขึ้นชื่อว่ามนุษย์ก็ย่อมจะมีทั้งทางด้านดีและเลวอยู่ในตัวเอง ไม่มีใครที่ดีพร้อม ถึงแม้จะเป็นคนดีก็ย่อมจะมีด้านที่เลวแอบแฝงอยู่ เพราะมนุษย์นั้นมีความอ่อนแอและเปราะบาง ทำให้ต้องพ่ายแพ้ต่อสิ่งเร้าที่เกิดจากกิเลส  และกิเลสเหล่านี้เองที่เป็นตัวผลักดันทำให้มนุษย์คนหนึ่งที่ถูกสังคมตีค่าว่าเป็นคนดีแต่ในบางทีเขาอาจจะเผยด้านมืดของตนเองที่ถูกเก็บงำกระทำสิ่งที่เลวร้ายออกมาได้ทุกเมื่อ

Strange Case of Dr. Jekyll and Mr. Hyde  เป็นนวนิยายเรื่องสั้นงานเขียนสุดคลาสสิคของนักเขียนเลือดสกอตติชอย่าง Robert Louis Stevenson นวนิยายเรื่องดังกล่าวถูกดัดแปลงมาทำเป็นหนังในหลายๆเวอร์ชั่น  ซึ่งจะมีชื่อเรื่องของหนังเรียกขานแตกต่างกันไปแต่ในบทวิจารณ์ภาพยนตร์ชิ้นนี้จะหยิบยกเขียนถึง หนังเรื่อง Dr. Jekyll and Mr. Hyde  1941 หนังเรื่องนี้อาจจะไม่ใช่เวอร์ชั่นที่ถูกดัดแปลงออกมาได้ดีเยี่ยมที่สุดแต่ก็เป็นเวอร์ชั่นที่โจษจันกล่าวขานจนถึงทุกวันนี้เพราะในหนังได้ทีมนักแสดงชายหญิงชั้นหัวกะทิในยุคนั้นเช่น  Spencer Tracy , Ingrid Bergman , Lana Turner มาร่วมแสดงด้วย

หนังเรื่อง Dr. Jekyll and Mr. Hyde  1941 ผลงานการกำกับของ Victor Fleming  เล่าเรื่องราวของ หมอ Dr. Henry Jekyll ( Spencer Tracy ) หมอหนุ่มผู้เพียบพร้อมนิสัยสุภาพอ่อนโยน มีความเป็นสุภาพบุรุษ  Dr. Henry Jekyll  เขาสนใจในเรื่องของการศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับจิตวิญญาณของมนุษย์ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาหมอหนุ่มรายนี้มีความเชื่อว่ามนุษย์นั้นไม่ได้มีเพียงร่างเดียว แต่มีสองร่างนั้นก็คือร่างด้านดีและร่างด้านเลวซึ่งร่างทั้งสองด้านนี้สามารถแยกออกจากกันได้ทุกเมื่อมันก็คือตัวตนที่เปิดเผย กับตัวตนที่ซ่อนเร้นเก็บกดของมนุษย์เรานั่นเอง  จน ในที่สุดวันหนึ่งเขาจึงได้ทดลองน้ำยาอันตราย ซึ่งน้ำยาที่เขาคิดค้นมันสามารถเปลี่ยนบุคลิกจิตใจของมนุษย์ได้ Dr. Henry Jekyll  เขาจึงยอมเป็นหนูทดลองดื่มยาอันตราย โดยหารู้ไม่ว่ายาอันตรายหลอดนั้นมันจะเปลี่ยนชีวิตเขาไปตลอดกาล และสร้างบุคคลที่น่าสะพรึงกลัวที่มันแอบซ่อนเร้นหลับใหลอยู่ในจิตใจของหมอหนุ่มผู้แสนดีรายนี้มันก็คือ Mr. Hyde นั่นเอง ( Mr.Hyde  พ้องเสียงกับคำว่า Hide ที่แปลว่า ซ่อนเร้น )

หนังเรื่องนี้มีการสอดแทรกประเด็นจิตวิทยาในเรื่องของ Split Personality  จิตเภทหรือจิตแตกแยก ซึ่งตัวละคร Dr. Henry Jekyll / Mr. Hyde  มีบุคลิกสองแบบสลับไปสลับมา หมอหนุ่มพ่อพระผู้แสนดีอย่าง Dr. Henry Jekyll  สามารถกลายเป็นซาตานผู้เลวร้ายอย่าง Mr. Hyde  ได้ทุกเมื่อซึ่งเขาเกิดความขัดแย้งภายในจิตใจไม่สามารถควบคุมพฤติกรรมการกระทำทั้งสองด้านได้มันก็เข้าข่ายอาการของโรคจิตชนิด Dissociative identity disorder ( DID )

120428072958945903

Dr. Jekyll and Mr. Hyde 1941 เป็นหนังขาวดำฟิล์มนัวร์ในช่วงยุคทศวรรษ 40 ใช้แสงและสีขาวดำตลอดทั้งเรื่องซึ่งเป็นตัวสะท้อนแบ่งแยกจิตใจของตัวละครหลักในเรื่องอย่าง Dr. Henry Jekyll / Mr. Hyde ออกมาได้เป็นอย่างดีชุดเครื่องแต่งกายการแต่งหน้าตัวละครหลัก Dr. Henry Jekyll / Mr. Hyde ทำออกมาค่อนข้างใช้ได้มีความสมจริงสามารถแยกออกได้ว่าตัวละครตัวไหนเป็น  Dr. Jekyll และตัวละครตัวไหนเป็น  Mr. Hyde เป็นที่ทราบกันดีว่าพล็อตเรื่องของหนังมันดัดแปลงจากนวนิยายแต่การดำเนินเดินเรื่องเนื้อหาของหนังก็ไม่ได้ออกนอกลู่นอกทางไปมากกลิ่นไอความเป็นนวนิยายของสุดยอดนักเขียน Robert Louis Stevenson ยังพอมีหลงเหลือในหนังเวอร์ชั่นนี้  ในด้านของนักแสดง Spencer Tracy  เขาอาจจะดูมีอายุมากเกินไปในการรับบทเป็น ตัวละครหลักอย่าง Dr. Henry Jekyll / Mr. Hyde แต่ฝีมือการแสดงของเขาอันยอดเยี่ยมก็สามารถลบข้อด้อยตรงประเด็นนี้ไปได้บ้าง ส่วน Ingrid Bergman ในการรับบทเป็นตัวละคร Ivy Peterson ภาพลักษณ์ของเธอที่ดูเฉิดฉายสง่างามสมดั่งกับที่ชื่อ  Ingrid  ของเธอถูกตั้งชื่อตามพระนามของเจ้าหญิง Ingrid แห่งสวีเดน การที่เธอรับบทเป็นตัวละครสาวบาร์ไวไฟอย่าง Ivy Peterson มันอาจจะดูขัดกับภาพลักษณ์บุคลิกของเธออย่างสุดโต่งแต่ด้วยฝีมือการแสดงอันหาตัวจับยากของ Ingrid Bergman เธอก็ยังพอเอาตัวรอดกับบทบาทตัวละครตัวนี้ได้ ส่วน Lana Turner ในบทบาทของ Beatrix Emery หญิงสาวผู้มีชาติตระกูลคู่หมั้นของหมอ Dr. Henry Jekyll บทบาทตามท้องเรื่องไม่ได้โดดเด่นอะไรมากถ้าเทียบกับตัวละครสาวบาร์อย่าง Ivy Peterson แต่ Lana Turner เธอก็แสดงออกมาได้ดีในระดับหนึ่ง ในความคิดของผู้เขียนถ้านำดาราสาวสองคนนี้มาสลับบทบาทของตัวละครกันภาพลักษณ์ของตัวละครผู้หญิงในหนังอาจจะดูกลมกลืนลงตัวกว่านี้

สิ่งที่น่าผิดหวังในหนัง เรื่อง Dr. Jekyll and Mr. Hyde  1941 ถ้าเทียบกับเวอร์ชั่นเมื่อสิบปีก่อนหน้านี้ Dr. Jekyll and Mr. Hyde  1931 หนังเรื่อง Dr. Jekyll and Mr. Hyde  1941 จะรีเมคออกมาได้แย่กว่าของเดิมตรงที่ตัวหนัง Dr. Jekyll and Mr. Hyde  1941 รีเมคทำเลียนแบบหนังเวอร์ชั่น  Dr. Jekyll and Mr. Hyde  1931 มากเกินไปทำให้ขาดความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ตัวหนังเวอร์ชั่น  Dr. Jekyll and Mr. Hyde  1941 การนำเสนอไม่มีอะไรแปลกใหม่จุดด้อยอีกประเด็นก็คืออรรถรสความตื่นเต้นความลึกลับในหนังเวอร์ชั่น Dr. Jekyll and Mr. Hyde  1941 ยังเป็นรองหนังของเดิมเวอร์ชั่น Dr. Jekyll and Mr. Hyde  1931

jekyll-tile

ถึงแม้จะมีข้อเสียไปบ้างแต่โดยรวมแล้ว  Dr. Jekyll and Mr. Hyde  1941 ก็จัดว่าเป็นหนังที่สุดคลาสสิคมีสิ่งที่น่าประทับใจก็คือพล็อตเรื่องของหนังที่ยังอยู่ในกรอบตามแบบฉบับดั้งเดิมตามนวนิยายถึงแม้จะมีปรับเปลี่ยนเนื้อหาไปบ้างแต่ก็ไม่ถึงกับเสียขบวนและทีมนักแสดงชั้นนำที่ฝากฝีมือการแสดงที่ยอดเยี่ยมเอาไว้ ผู้เขียนรับชมหนังเวอร์ชั่น  Dr. Jekyll and Mr. Hyde  1941 จบแล้วก็ยังได้ข้อคิดเดียวกันเหมือนกับรับชมหนังเวอร์ชั่น Dr. Jekyll and Mr. Hyde   1931 ซึ่งข้อคิดในประเด็นนั้นก็คือหนังกำลังสื่อให้ผู้ชมได้เห็นว่ามนุษย์ทุกคนต่อให้ดีประเสริฐเลิศเลอขนาดไหนก็ล้วนมี Mr. Hyde  แอบแฝงซ่อนเร้นอยู่ในตัว  เมื่ออยู่ในสังคม มนุษย์ล้วนชอบใส่หน้ากากเข้าหากันแต่ละคนก็ย่อมนำสิ่งที่ดีมาเปิดเผยและอำพรางปกปิดสิ่งที่เลวร้ายซ่อนเอาไว้ บางทีมนุษย์จำพวกผู้ดีจอมปลอม ชอบสร้างภาพ คิดว่าตนเองเป็นคนดีมีอารยะสูงส่งกว่ามนุษย์คนอื่นๆมนุษย์จำพวกนั้นเขาอาจจะซ่อนเร้นปกปิดด้านมืดไว้ภายในจิตใจ และด้านมืดภายในจิตใจสิ่งที่ซ่อนเร้นปกปิดมันพร้อมจะปรากฏตัวออกมาได้เสมอเมื่อสภาพแวดล้อมต่างๆเปิดโอกาสเอื้ออำนวยให้กับมัน

อาเรนให้  4 / 5 คะแนน 

ตัวอย่างภาพยนตร์